หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รู้จัก The ASEAN Way เพลงอาเซียน



THE ASEAN WAY


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก study-asean.blogspot.com

          นับถอยหลังอีกเพียงแค่ 2 ปีเศษ ประเทศไทยก็จะก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มตัวแล้ว และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม วันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอนำเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเพลงประจำชาติอาเซียน หรือ "The ASEAN Way" มาให้เพื่อน ๆ ทำความรู้จักและฝึกซ้อมร้องกันไปพลาง ๆ ก่อนค่า

          แต่เอ...หลายคนคงอดสงสัยไม่ได้เลยว่าเพลงประจำชาติอาเซียนมีความสำคัญอย่างไร และทำไมต้องมีด้วย? ทั้งนี้ ต้องขอบอกเลยว่า การมีเพลงประจำชาติอาเซียน ถือว่ามีความสำคัญต่ออาเซียนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นการสนับสนุนการเสริมสร้างอัตลักษณ์ในการเชื่อมโยงอาเซียนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเปรียบเสมือนกับตัวแทนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาคมอาเซียนนั่นเอง

แล้วจุดเริ่มต้นของความคิดในการมีเพลงประจำอาเซียนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

          จุดเริ่มต้นของความคิดในการมีเพลงประจำอาเซียนเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ ครั้งที่ 29 ในเดือนมิถุนายน ปี 2537 ซึ่งในครั้งนั้นที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า อาเซียนควรจะมีเพลงประจำอาเซียน โดยกำหนดจะให้เปิดเพลงประจำอาเซียนในช่วงของการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทางด้านวัฒนธรรมและสนเทศ ทั้งนี้ ในเรื่องการสนับสนุนด้านการเงิน ที่ประชุมตกลงให้ใช้เงินจากกองทุนวัฒนธรรมอาเซียนเพื่อสนับสนุนการจัดทำโครงการเพื่อคัดเลือกเพลงประจำอาเซียน

          ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ ครั้งที่ 32 ในเดือนพฤษภาคม ปี 2540 ที่ประเทศมาเลเซีย ได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกเพลงในรอบสุดท้าย โดยเพลงที่เข้ารอบในครั้งนั้นเป็นเพลงจากไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ และเพลง ASEAN Song of Unity หรือ ASEAN Oh ASEAN จากฟิลิปปินส์ได้รับรางวัลชนะเลิศ อย่างไรก็ดี เพลงดังกล่าวไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศสมาชิกอาเซียน เนื่องจากใช้เปิดเฉพาะในการประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ด้วยเหตุนี้ทำให้ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียและที่สิงคโปร์ ประเทศที่เป็นเจ้าภาพ การประชุมจึงได้แต่งเพลงเพื่อใช้เปิดในที่ประชุม โดยมาเลเซียแต่งเพลง "ASEAN Our Way" และสิงคโปร์แต่งเพลง "Rise"

          อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.2551 ได้มีการจัดประกวดเพลงประจำอาเซียนเป็นการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกฎบัตรอาเซียน บทที่ 40 ซึ่งระบุให้อาเซียนมีเพลงประจำอาเซียน สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงได้มอบหมายให้ประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวดเพลงประจำอาเซียน โดยที่ประชุมประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นชอบให้กำหนดรูปแบบการแข่งขันเป็น open competition ทั้งนี้ อาเซียนได้มอบหมายให้สำนักเลขานุการอาเซียนในแต่ละประเทศกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้น และจัดส่งให้ประเทศไทยภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551

          สำหรับการตัดสิน มีคณะกรรมการจากประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศละ 1 คน ซึ่งคณะกรรมการการประกวดได้คัดเลือกเพลงจำนวน 10 เพลง ให้เข้ารอบสุดท้าย จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 99 เพลง และได้ดำเนินการประกวดรอบตัดสินเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 โดยคณะผู้ตัดสินประกอบด้วยกรรมการจากอาเซียน 10 คนในรอบแรก และจากประเทศนอกอาเซียนอีก 3 คน ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน และประเทศออสเตรเลีย

          โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกเพลง "The ASEAN Way" ของประเทศไทย ซึ่งประพันธ์โดยกิตติคุณ สดประเสริฐ (ทำนองและเรียบเรียง) สำเภา ไตรอุดม (ทำนอง) และพะยอม วลัยพัชรา (เนื้อร้อง) ให้เป็นเพลงประจำอาเซียน ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยได้รับเกียรติสูงสุดนี้ ทั้งนี้ เพลงประจำอาเซียนได้ใช้บรรเลงอย่างเป็นทางการในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

The ASEAN Way

Raise our flag high, sky high
Embrace the pride in our heart
ASEAN we are bonded as one
Looking out to the world.
For peace, our goal from the very start
And prosperity to last.

We dare to dream we care to share.
Together for ASEAN
we dare to dream,
we care to share for it's the way of ASEAN

 คำแปล

ชูธงเราให้สูงสุดฟ้า โอบเอาความภาคภูมิไว้ในใจเรา
อาเซียนเราผูกพันเป็นหนึ่ง
มองมุ่งไปยังโลกกว้าง
สันติภาพ คือเป้าหมายแรกเริ่ม
ความเจริญ คือปลายทางสุดท้าย
เรากล้าฝัน
และใส่ใจต่อการแบ่งปัน
ร่วมกันเพื่ออาเซียน
เรากล้าฝัน
และใส่ใจต่อการแบ่งปัน
นี่คือวิถีอาเซียน

เนื้อร้องภาษาไทยอย่างเป็นทางการ

พลิ้วลู่ลม โบกสะบัด ใต้หมู่ธงปลิวไสว
สัญญาณแห่งสัญญาทางใจ
วันที่เรามาพบกับ
อาเซียนเป็นหนึ่งดังที่ใจเราปรารถนา
เราพร้อมเดินหน้าไปทางนั้น
หล่อหลอมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียว
อาเซียนยึดเหนี่ยวสัมพันธ์
ให้สังคมนี้มีแต่แบ่งปัน
เศรษฐกิจสังคมก้าวไกล

รู้จัก 10 ประเทศอาเซียน


ประเทศอาเซียน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก flagspot.net , สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 
 
          ในสภาวะแห่งยุคทุนนิยม ที่เศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนและผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเทศต่าง ๆ นั้นอยู่รวมกันเป็นสังคมโลก ไม่สามารถอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายได้ จึงต้องมีการรวมตัวกันของประเทศในแต่ละภูมิภาคเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมและพัฒนาประเทศในภูมิภาคไปพร้อม ๆ กัน ด้วยเหตุนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ อาเซียน จึงได้มีข้อตกลงให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015)
 
          แต่ก่อนที่เราจะมาดูเนื้อหาสาระของการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนนี้ เราจะมาย้อนดูกันรวมตัวกันของประเทศในอาเซียนว่ามีการรวมตัวกันได้อย่างไร จนมาเป็นอาเซียนในปัจจุบัน

          โดยอาเซียนหรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  (ASEAN : The Association of South East Asian Nations) ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 โดยประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ต่อมาในปีพ.ศ.2527 บรูไน ดารุสซาลาม ได้เข้ามาเป็นสมาชิก ตามด้วยเวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2538  ขณะที่พม่าและลาวเข้ามาเป็นสมาชิกใน พ.ศ.2540 และประเทศสุดท้ายคือกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อ พ.ศ. 2542  ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ
 
 รู้จัก 10 ประเทศอาเซียน 


บรูไน


1.บรูไนดารุสซาลาม (Brunei Darussalam) 

          ประเทศบรูไน มีชื่อเป็นทางการว่า "เนการาบรูไนดารุสซาลาม" มีเมือง "บันดาร์เสรีเบกาวัน"เป็นเมืองหลวง ถือเป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะมีพื้นที่ประมาณ 5,765 ตารางกิโลเมตร ปกครองด้วยระบบสมบูรณาญาสิทธิราช โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีประชากร 381,371 คน (ข้อมูลปี พ.ศ.2550) โดยประชากรเกือบ 70% นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษามาเลย์เป็นภาษาราชการ


กัมพูชา

2.ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

          เมืองหลวงคือ กรุงพนมเปญ เป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยทางทิศเหนือ และทิศตะวันตก มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย มีประชากร 14 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2550) โดยประชากรกว่า 80% อาศัยอยู่ในชนบท 95% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ แต่ก็มีหลายคนที่พูดภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเวียดนามได้


อินโดนีเซีย


3.สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)

          เมืองหลวงคือ จาการ์ตา ถือเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ 1,919,440 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากถึง 240 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) โดย 61% อาศัยอยู่บนเกาะชวา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษา Bahasa Indonesia เป็นภาษาราชการ



ลาว

4.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (The Lao People's Democratic Republic of Lao PDR)

          เมืองหลวงคือ เวียงจันทน์ ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก โดยประเทศลาวมีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทย คือ 236,800 ตารางกิโลเมตร พื้นที่กว่า 90% เป็นภูเขาและที่ราบสูง และไม่มีพื้นที่ส่วนใดติดทะเล ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม โดยมีประชากร 6.4 ล้านคน ใช้ภาษาลาวเป็นภาษาหลัก แต่ก็มีคนที่พูดภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ 


มาเลเซีย


5.ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)

          เมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตศูนย์สูตร แบ่งเป็นมาเลเซียตะวันตกบคาบสมุทรมลายู และมาเลเซียตะวันออก ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ทั้งประเทศมีพื้นที่ 329,758 ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากร 26.24 ล้านคน นับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ใช้ภาษา Bahasa Melayu เป็นภาษาราชการ


ฟิลิปปินส์


6.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)

          เมืองหลวงคือ กรุงมะนิลา ประกอบด้วยเกาะขนาดต่าง ๆ รวม 7,107 เกาะ โดยมีพื้นที่ดิน 298.170 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 92 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ และเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเป็นอันดับ 4 ของโลก มีการใช้ภาษาในประเทศมากถึง 170 ภาษา แต่ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาตากาลอก เป็นภาษาราชการ


สิงคโปร์


7.สาธารณรัฐสิงคโปร์ (The Republic of Singapore)

          เมืองหลวงคือ กรุงสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมทางเรือของอาเซียน จึงเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมากที่สุดในย่านนี้ แม้จะมีพื้นที่ราว 699 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น มีประชากร 4.48 ล้านคน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ แต่มีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ ปัจจุบันใช้การปกครองแบบสาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว)


ประเทศไทย


8.ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)

          เมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 513,115.02 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 77 จังหวัด มีประชากร 65.4 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขของประเทศ


เวียดนาม

9.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam)

          เมืองหลวงคือ กรุงฮานอย มีพื้นที่ 331,689 ตารางกิโลเมตร จากการสำรวจถึงเมื่อปี พ.ศ.2553 มีประชากรประมาณ 88 ล้านคน ประมาณ 25% อาศัยอยู่ในเขตเมือง ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์ ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ 


ประเทศพม่า


10.สหภาพพม่า (Union of Myanmar)

          มีเมืองหลวงคือ เนปิดอว ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันออก โดยทั้งประเทศมีพื้นที่ประมาณ 678,500 ตารางกิโลเมตร ประชากร 48 ล้านคน กว่า 90% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท หรือหินยาน และใช้ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ 



ประเทศอาเซียน

          ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา อาเซียนได้เกิดความร่วมมือ รวมทั้งมีการวางกรอบความร่วมมือ เพื่อสร้างความเข็มแข็ง รวมถึงความมั่นคงของประเทศสมาชิกทั้งด้านความมั่นคงเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และในปี พ.ศ. 2558 อาเซียนได้วางแนวทางก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ ภายใต้คำขวัญคือ  "หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม" (One Vision, One Identity, One Community) โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 ประชาคม คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน(ASEAN Political Security Community : APSC)  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC)
 
          โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2552 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามรับรองปฏิญญาชะอำ หัวหิน ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ค.ศ. 2009-2015) เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 ซึ่งประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา ดังต่อไปนี้
 
           1.ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  (ASEAN Security Community – ASC) มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง

           2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ๆ ได้เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน โดย

                มุ่งให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี 2020

                ทําให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (single market and production base)

                 ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียนเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน

                ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาคตลาดการเงินและตลาดทุน การปะกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพิ้นฐานและการคมนาคม พัฒนาความร่วมมือด้านกฎหมาย การเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงาน
    
          กลุ่มสินค้าและบริการนำร่องที่สำคัญ ที่จะเกิดการรวมกลุ่มกัน คือ สินค้าเกษตร / สินค้าประมง / ผลิตภัณฑ์ไม้ / ผลิตภัณฑ์ยาง / สิ่งทอ / ยานยนต์ /อิเล็กทรอนิกส์ / เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-ASEAN) / การบริการด้านสุขภาพ, ท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน) กำหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปีที่เริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ โดยผ่อนปรนให้กับประเทศ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียตนาม สำหรับประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ทำ Roadmap ทางด้านท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน)
 

ความร่วมมือ


           3.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม

          สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง จึงได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาอาเซียน โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการศึกษา ซึ่งจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ที่จะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่น ๆ ให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน และจะมีการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาเซียนศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่างกันในประชาคมอาเซียน

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ขั้นตอนการใช้โปรแกรม Paint

คลิกเมาส์ที่ปุ่ม เริ่ม Start เลือก Programs เลือก Accessories เลือก Paint จะเข้าสู่โปรแกรม Paint ตามตัวอย่างดังรูป





การกลับสู่ขนาดเดิม กระทำได้โดย

1. เลือกเครื่องมือ Click the image to open in full size.จากกล่องเครื่องมืออีกครั้ง
2. คลิกที่รูปนั้น

การขยายภาพ

1. เลือกเครื่องมือ จากกล่องเครื่องมือ Click the image to open in full size.
2.เลือกจำนวนเท่าที่ต้องการจะขยายส่วนของภาพจากส่วนของกล่องเครื่องมือภาพจะขยายตามจำนวนเท่านั้น 
3.หากเลือกจำนวนเท่าเป็น1xจะปรากฏช่องสี่เหลี่ยมขึ้นให้เลื่อนช่องสี่เหลี่ยมที่ได้
ไปยังส่วนที่ต้องการขยายเพื่อดูรายละเอียดแล้วคลิก

การบันทึกจัดเก็บ

1. คลิกเมาส์ที่เมนู File เลือกคำสั่ง Save As จะพบภาพ
2. คลิกเปลี่ยนแฟ้มที่จะบันทึกว่าจะให้อยู่ในแฟ้มไหน เช่น ในแผ่นดิสก์ ก็เลือก 3.5Floppy(A) 
3. ตอบ Save
4. ให้ออกจากโปรแกรม

การพิมพ์ข้อความ

1. เลือกเครื่องมือ จากกล่องเครื่องมือ Click the image to open in full size.
2. นำมาลากบนพื้นที่วาดภาพ จะเป็นกรอบสี่เหลี่ยม
3. ให้ใช้เมาส์ ดึงจุดดำตรงกลางกรอบสี่เหลี่ยม 
แล้วลากปรับให้ยาวพอจะพิมพ์ข้อความได้ 
4. ให้คลิกที่เมนู View เลือกคำสั่ง Text Toolbar
5. ให้เลือกแบบตัวอักษร ที่ลงท้ายด้วย UPC จะเป็นภาษาไทย
6.
 เลือกขนาดตัวอักษรที่ต้องการแล้วพิมพ์ข้อความที่ต้องการได้ดังตัวอย่าง

การวาดรูปวงกลม / วงรี

1. ใช้เมาส์คลิกที่รูป วงกลม Click the image to open in full size.
2.นำมาวางบนพื้นที่วาดรูปแล้วกดเมาส์ค้างไว้แล้วลากไปจะเป็นรูปวงรี
ถ้าต้องการให้เป็นรูปวงกลมต้องกดปุ่มShiftค้างไว้ด้วย
3. ให้นักเรียนใช้เมาส์คลิกที่กล่องสีด้านล่าง เลือกสีที่ชอบ
4. ในกล่องเครื่องมือมีขนาดของเส้น ให้เลือกตามที่เราต้องการ


การวาดรูปหลายเหลี่ยม หรือ สี่เหลี่ยมมน

1. ใช้เมาส์คลิกที่รูป เหลี่ยม Click the image to open in full size.หรือ Click the image to open in full size.
2.นำมาวางบนพื้นที่วาดรูปแล้วกดเมาส์ค้างไว้แล้วลากไปจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ถ้าต้องการให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสต้องกดปุ่มShiftค้างไว้ด้วย 
3. ให้นักเรียนใช้เมาส์คลิกที่กล่องสีด้านล่าง เลือกสีที่ชอบ
4. ในกล่องเครื่องมือมีขนาดของเส้น ให้เลือกตามที่เราต้องการ

การวาดเส้นตรง

1. ให้ใช้เมาส์คลิกที่รูป เส้นตรง Click the image to open in full size.
2.แล้วนำมาวางที่พื้นที่วาดภาพจะเห็นเป็นรูปกากบาทแล้วนักเรียนลองใช้เมาส์กดและ
ลากดูจะเป็นเส้นตามที่เราลาก 
3. ให้นักเรียนใช้เมาส์คลิกที่กล่องสีด้านล่าง เลือกสีที่ชอบ
4. ในกล่องเครื่องมือมีขนาดของเส้น ลองคลิกดู แล้วไปลากเส้นดูใหม่

การวาดเส้นอิสระ

1. ให้ใช้เมาส์คลิกที่รูป เส้นอิสระ Click the image to open in full size.
2.แล้วนำมาวางที่พื้นที่วาดภาพจะเห็นเป็นรูปกากบาทแล้วลากไปตามที่เราต้องการ
เมื่อต้องการจะหยุดให้กดเมาส์ดับเบิลคลิกถึงจะหยุดเส้นได้ 
3. ให้นักเรียนใช้เมาส์คลิกที่กล่องสีด้านล่าง เลือกสีที่ชอบ
4. ในกล่องเครื่องมือมีขนาดของเส้น ให้เลือกตามที่เราต้องการ

การวาดเส้นโค้ง

1. ให้ใช้เมาส์คลิกที่รูป เส้นโค้ง Click the image to open in full size.
2.แล้วนำมาวางที่พื้นที่วาดภาพจะเห็นเป็นรูปกากบาทแล้วลองลากไปตามต้องการ
หลังจากนั้นใช้เมาส์คลิกตรงกลาง เส้นแล้วดึงให้มีส่วนโค้งเราก็จะได้เส้นโค้งตามต้องการ 
3. ให้นักเรียนใช้เมาส์คลิกที่กล่องสีด้านล่าง เลือกสีที่นักเรียนชอบ
4. ในกล่องเครื่องมือมีขนาดของเส้น ลองคลิกเปลี่ยนขนาดของเส้นตามที่เราต้องการ

การเรียกแฟ้มเดิมขึ้นมา

1.คลิกเมาส์ที่เมนู File เลือกคำสั่ง Open จะพบภาพ
2. เลือกชื่อแฟ้มที่ต้องการ ตอบ Open
3. เมื่อได้แฟ้มงานที่ต้องการแล้วนำมาแก้ไขเสร็จแล้ว ให้จัดเก็บอีกครั้ง
โดยคลิกที่เมนูFileเลือกคำสั่ง Save และปิดแฟ้มออกจากโปรแกรม

การเลือกถังสี

1. ใช้เมาส์คลิกที่รูป ถังสี Click the image to open in full size.
2. สามารถเลือกสีตามที่เราต้องการได้ 
แล้วนำไปคลิกบนรูปที่นักเรียนต้องการ


การเลือกสีหลักและสีพื้น

 1.เลื่อนตัวชี้ตำแหน่งไปยังสีที่เราต้องการ แล้วคลิกด้วยปุ่มซ้าย 
ของเมาส์เพื่อกำหนดให้เป็น สีหลัก
 2. เลื่อนตัวชี้ตำแหน่ง ไปยังสีที่เราต้องการ แล้วคลิกด้วยปุ่มขวา 
ของเมาส์เพื่อกำหนดให้เป็น สีพื้น

การใช้กล่องเครื่องมือ (Tool Box)

ประกอบด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการวาดหรือระบายสี
การเลือกเครื่องมือใด ๆ ให้ใช้เมาส์คลิกที่เครื่องมือนั้น

การใช้ดินสอ

1. ใช้เมาส์คลิกที่รูป ดินสอ Click the image to open in full size.
2. แล้วนำมาวางที่พื้นที่วาดภาพ จะเห็นเป็นรูปดินสอ ใช้วาดอะไรก็ได้แล้วค่ะ
3. ให้นักเรียนใช้เมาส์คลิกที่กล่องสีด้านล่าง เลือกสีที่นักเรียนชอบ 
แล้วลองไปวาดใหม่

การใช้ยางลบ

1. ใช้เมาส์คลิกที่รูป ยางลบ Click the image to open in full size.
2. นำมาวางบนพื้นที่วาดรูป แล้วกดเมาส์ค้างไว้แล้วลากไป จะเป็นรูปก้อนเหลี่ยมเล็กๆ 
ถ้าต้องการให้ยางลบก้อนใหญ่ให้กดปุ่มเครื่องหมายบวก เพื่อเพิ่มขนาดได้
ถ้าต้องการลดขนาดของยางลบ ก็กดปุ่มเครื่องหมายลบ เพื่อลดขนาดได้
3. นำยางลบมาลบรูปภาพ โดยการกดเมาส์ถูไปมาบนรูปที่ต้องการลบ

   

การใช้สีสเปรย์


1. ใช้เมาส์คลิกที่รูป สีสเปรย์ Click the image to open in full size.
2.แล้วนำมาวางที่พื้นที่วาดภาพจะเห็นเป็นรูปกระป๋องสีสเปรย์แล้วลองใช้เมาส์กดแล้วลาก
และปล่อยจะพ่นเหมือนสเปรย์ 
3.ให้นักเรียนใช้เมาส์คลิกที่กล่องสีด้านล่าง เลือกสีที่ชอบ แล้วลองพ่นดูใหม่
4. ในกล่องเครื่องมือมีขนาดของหัวสเปรย์ ลองคลิกดู แล้วลองพ่นใหม่

การใช้เครื่องมือรูปตัดอิสระ รูปตัดแบบสี่เหลี่ยม

สำหรับการย้ายหรือตัดส่วนประกอบของรูป มีวิธีดังนี้
1. ใช้เมาส์คลิกที่รูปเครื่องมือ Click the image to open in full size.หรือ Click the image to open in full size.
2. นำมาลากให้เป็นรูปไข่ปลาตัดให้ได้รอบรูป หรือส่วนของรูปที่ต้องการตัด
3. ใช้เมาส์จับชิ้นส่วนของรูป ลากไปตามที่ต้องการ แล้วปล่อย


การใช้แปรงทาสี

1. ให้ใช้เมาส์คลิกที่รูป แปรงทาสี Click the image to open in full size.
2. แล้วนำมาวางที่พื้นที่วาดภาพ จะเห็นเป็นรูปแปรงทาสี ใช้วาดรูปอะไรก็ได้แล้วค่ะ
3. ให้นักเรียนใช้เมาส์คลิกที่กล่องสีด้านล่าง เลือกสีที่นักเรียนชอบ แล้วลองไปวาดใหม่
4. ลองเปรียบเทียบดูว่า รูปที่วาดด้วยแปรงทาสี ปลายจะใหญ่กว่าวาดด้วยดินสอ





โปรแกรม Paint คือ อะไร


    โปรแกรม Paint เป็นโปรแกรมพื้นฐานที่มีมากับโปรแกรมระบบปฏิบัติการ Windows เป็นโปรแกรมวาดภาพ สามารถนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอน นักเรียนระดับประถมศึกษาได้เป็นอย่างดี เพราะมีสีสันสวยงาม ทั้งสามารถสร้างทักษะการใช้ Mouse และ Keyboard และยังพิมพ์ผลงานออกมาทางเครื่องพิมพ์ (Printer) ได้อีกด้วย


วิดีโอ YouTube


วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

หลัก ๘ ประการของการดูแลรักษาสุขภาพ

 ๑. รับประทานอาหาร  อย่างถูกต้องเหมาะสม
   อาหารเช้า
        สำคัญมากเพราะช่วงเช้าร่างกายขาดน้ำตาล ถ้าไม่รับประทานอาหารเช้าจะเกิดภาวะขาดน้ำตาลซึ่งจะมี
    ผลทำให้ความคิดตื้อตันไม่ปลอดโปร่ง วิตกกังวล ใจสั่น อ่อนเพลีย หงุดหงิด โมโหง่าย มื้อเช้ารับประทานได้เช้า
    ที่สุดยิ่งดี (ระหว่างเวลา ๖.๐๐ – ๗.๐๐ น.) เพราะท้องว่างมานาน หากยังไม่มีอาหารให้ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำข้าวอุ่น ๆ
    ก่อน ควรทานข้าวต้มร้อน ๆ จะช่วยให้ง่ายต่อการขับถ่ายอุจจาระ ถ้าจำเป็นต้องรับประทาน(สาย) ใกล้อาหารมื้อ
    กลางวัน อย่ารับประทานมาก
   อาหารเพล (อาหารมื้อกลางวัน)
         ควรเป็นอาหารหนัก เช่น ข้าวสวย พร้อมกับข้าวครบ ๕ หมู่ เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานมาก และควร
    รับประทานให้เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย
 ๒. ขับถ่าย อุจจาระ ปัสสาวะ สม่ำเสมอทุกวัน
 ๓. ใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม กับฤดูกาล เช่น หน้าหนาวก็ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ สวมหมวก ถุงมือ ถุงเท้า
         ขณะนอนตอนกลางคืนควรห่มผ้าปิดถึงอก
 ๔. ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายกลางแจ้งทุกวัน
 ๕. รักษาความสะอาดของสถานที่พักอาศัย เพื่อช่วยให้สิ่งแวดล้อมดี อากาศดี
 ๖. รักษาอารมณ์ให้ปลอดโปร่ง แจ่มใสตลอดทั้งวัน และอย่าลืมนั่งสมาธิทุกวัน
 ๗. พักผ่อนให้เพียงพอ เหมาะสมกับเพศ และวัยไม่ควรนอนดึกเกิน ๒๒.๐๐ น. ติดต่อกันหลายวัน
 ๘. มีท่าทาง และอิริยาบถที่ถูกต้องเหมาะสม ในการทำงานในชีวิตประจำวัน


วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การเผยแพร่และนำไปใช้

เกี่ยวกับการสร้างมูฟวี่ (Movie)
1. การสร้างภาพเคลื่อนไหว แบบ Motion Tween จะทำให้ไฟล์เล็กกว่าแบบ Frame by Frame
2. หลีกเลี่ยงการนำภาพบิตแมพ มาสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหว ควรนำมาใช้เป็นฉากหลังหรือภาพนิ่งเท่านั้น
3. ควรใช้ซิมโบล แทนออบเจ็คที่มีปรากฏอยู่ในมูฟวี่ (ดูได้จากหน้าต่าง Library)
4. หากจำเป็นต้องนำภาพบิตแมพ มาใช้ ควรตัดภาพให้ขนาดเล็กเท่าที่จำเป็นและบีบอัดคุณภาพลงก่อน
5. หากต้องใช้เสียง ควรเลือกประเภท MP3 เนื่องจากเป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็ก
เกี่ยวกับการ สร้างวัตถุ (Object)
1. ควรรวมวัตถุ ให้เป็นกลุ่ม (Group) ให้มากที่สุด
2. ควรแยกเลเยอร์ที่มีวัตถุเคลื่อนไหว และไม่เคลื่อนไหว ออกจากกัน
3. การวาดเส้นทึบธรรมดา จะทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กกว่าเส้นแบบจุด (dash) หรือ เส้นที่มีลวดลาย
4. การวาดเส้นด้วยดินสอ (Pencil) จะทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กกว่าการวาดเส้นด้วยแปรง (Brush)
5.ภาพบิตแมพที่ไม่มีความซับซ้อน ลดขนาดลงได้ด้วยการทำ break apart
6. ควรใช้คำสั่ง Modify > Shape > Optimize เพื่อลดจำนวนเส้นที่ประกอบกันเป็นรูปทรง
เกี่ยวกับการ สร้างตัวอักษรและข้อความ
1. การใช้รูปแบบตัวอักษรที่หลากหลาย ทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่
2. การฝังฟอนต์ (Embedded) ไปกับมูฟวี่ ทำให้ไฟล์มีขนดใหญ่ ควรใช้เท่าที่จำเป็น
เกี่ยวกับการใช้ สี
1. หากรูปภาพหรือวัตถุ ทีมีความคล้ายกัน ควรสร้างจากซิมโบล แล้วค่อยนำมาปรับขนาดหรือสี
2. ควรใช้ฟิลเตอร์เท่าที่จำเป็น
หมายเหตุ : ควรตรวจสอบไฟล์ หรือวัตถุต่างๆ ใน Library ที่ไม่ได้ใช้งานและลบทิ้ง
   เมื่อทำแอนิเมชั่นเสร็จตามต้องการแล้ว การส่งออกไฟล์เพื่อนำเสนอ ทำได้โดย
คลิกเมนู File > Pubblish Settings... (หมายเลข14)

คลิกที่แท็บ Formats แล้วคลิกเลือก Windows Projector (.exe) (หมายเลข 15)
สามารถเลือก Path สำหรับการส่งออกได้ (หมายเลข16)
ทำการส่งออกโดยคลิก Publish (หมายเลข 17)




การ Publish
เมื่อสร้างงานตามทีต้องการแล้ว ขั้นตอนสุดท้าย คือการนำผลงานไปใช้ หรือการส่งออก โดยสามารถเลือกรูปแบบ
การส่งออกเป็นไฟล์ชนิดต่างๆ ตามวัตถุประสงค์การใช้งานซึ่งทำได้ ดังนี้
ขั้นตอนการ Publish
1. คลิกเมนู File > Publish Settings...



2. ที่หน้าต่าง Publish Settings กำหนดรูปแบบไฟล์ กำหนดชื่อไฟล์ และกำหนดสถานที่
หรือ Path ที่ต้องการส่งออก




1. การกำหนดชนิดไฟล์ที่ต้องการส่งออก
ทำได้โดย คลิกเครื่องหมายถูก หน้าชนิดของไฟล์ที่ต้องการ (กรอบหมายเลข 1)
2. เมื่อคลิกในข้อ 2.1 แล้ว จะปรากฏแท็บคุณสมบัตินั้นๆ ( ดังกรอบหมายเลข 2)
3. หากต้องการเปลี่ยนชื่อไฟล์ สามารถเปลี่ยนได้ในช่องกรอบหมายเลข 3
4. การเลือกสถานที่ หรือ Path ในการบันทึกไฟล์ ทำได้โดยคลิกสัญลักษณ์โฟลเดอร์ ในหมายเลข 4
ในการกำหนดคุณสมบัติการส่งออกของ ไฟล์แต่ละชนิด ทำได้โดยคลิกแท็บชนิดนั้นๆ
เช่น การกำหนดค่าการส่งออกภาพเคลื่อนไหวของ Flash ซึ่งจะได้ไฟล์ .swf เมื่อคลิกแท็บ Flash จะปรากฏหน้าต่างสำหรับ
การตั้งค่าคุณสมบัติ ดังภาพที่
3 แล้วกำหนดค่าตามต้องการ



<!--[if !supportLineBreakNewLine]-->
<!--[endif]-->

ในกรณีต้องการส่งออกเป็นรูปภาพ ชนิด .jpg ทำได้โดยคลิกที่แท็ป JPEG
ซึ่งจะได้หน้าต่างสำหรับการตั้งค่าคุณสมบัติดังภาพ แล้วกำหนดค่าตามต้องการ



ในกรณีต้องการส่งออกเป็นรูปภาพ ชนิด .gif ทำได้โดยคลิกที่แท็ป GIF
ซึ่งจะได้หน้าต่างสำหรับการตั้งค่าคุณสมบัติดังภาพ แล้วกำหนดค่าตามต้องการ





<!--[if !supportLineBreakNewLine]-->
<!--[endif]-->


หรือหากต้อง การส่งออกเป็นไฟล์เว็บเพจ ทำได้โดยคลิกที่แท็ป
HTML
ซึ่งจะได้หน้าต่างสำหรับการตั้งค่าคุณสมบัติแล้วกำหนดค่าตามต้องการ




เมื่อกำหนดค่าต่างๆ ตามต้องการแล้ว คลิกที่ปุ่ม
Publish เพื่อทำการส่งออกไฟล์ และนำไปใช้ต่อไป







การ Export ไฟล์เพื่อนำไปใช้กับเอกสารอื่นๆ
การส่งออกไฟล์เพื่อนำไปใช้ นอกจากจะส่งออกในแบบของการPublish แล้ว
ยังสามารถส่งออกแบบเดี่ยวๆ ตามแต่ชนิดของการใช้งานตามต้องการ ดังนี้
ขั้นตอนการส่ง ออกภาพเดียว
1. คลิกเมนู File > Export > Export Image... (หมายเลข 1)


2. เลือกสถานที่บันทึก และพิมพ์ชื่อไฟล์ที่ต้องการบันทึก (หมายเลข 2)
เลือกชนิดของไฟล์ (หมายเลข 3) แล้วคลิก Save (หมายเลข 4)



3. กำหนดคุณสมบัติของไฟล์ โดยตั้งค่าในกรอบหมายเลข 5
เมื่อกำหนดค่าตามต้องการแล้ว คลิก OK (หมายเลข 6) เพื่อส่งออกไฟล์



ขั้นตอนการส่งออกมูฟวี่
1. คลิกเมนู File > Export > Export Movie... (หมายเลข 7)



2. เลือกสถานที่บันทึก และพิมพ์ชื่อไฟล์ที่ต้องการบันทึก (หมายเลข 8)
เลือกชนิดของไฟล์ (หมายเลข 9) ซึ่งชนิดของไฟล์หากต้องการเป็นไฟล์ Flash ต้องเลือกเป็น .swf
แล้วคลิก Save (หมายเลข 10)
                 



หมายเหตุ : ในกรณีที่ต้องการไฟล์ชนิดอื่นๆ สามารถเลือกชนิดไฟล์ โดยการคลิกที่ปุ่มหมายเลข 9
แล้วเลือกชนิดไฟล์ ซึ่งมีหลายรูปแบบ ดังภาพหมายเลข 11



<!--[if !supportLineBreakNewLine]-->
<!--[endif]-->

แหล่งข้อมูล : http://202.143.142.151/flash/